top of page

3 เทคนิคเบสิค สำหรับการมิกซ์เสียงร้องที่บ้าน!




การจะฝึกอะไรสักอย่างให้เก่งได้ต้องใช้เวลาครับ

แต่วันนี้ Class A จะพาเพื่อนๆมุดหาทางลัดในการใช้ DAW ไปกับเทคนิคการอัดเสียง 3 ขั้นตอนนี้ครับ



1. เสียงใสด้วย EQ


การที่เราจะปรับค่า EQ นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำอะไรครับ เช่น พอดคาสต์ หรือจะเป็นการมิกซ์เสียงลงในเพลง ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ หลักการยังคงเหมือนเดิม โดยให้ใช้ parametric EQ plugin กับแทร็กใน DAW โดยจะมีอยู่ 5 โหนดที่เราสามารถปรับสเปกตรัมความถี่ของเสียง ค่อยๆเริ่มจากย่านความถี่ที่ต่ำสุดจากซ้ายมือ ค่อยๆปรับตามที่เราชอบจนไปถึงย่านความถี่ที่สูงที่สุดในทางขวามือครับ หรือไม่ก็ตามโพยต่อไปนี้ได้เลยครับ


ทางด้านซ้ายสุด ให้ใช้ low-end roll off เริ่มที่ตรงก็ได้ครับตั้งแต่ 60-100 Hz ซึ่งจะเกิด impact ได้น้อยที่สุด มันจะเบี่ยงไปทางซ้ายลึกเพื่อค่อยๆเอาความถี่ sub-bass ออกจากเสียงร้องครับ


แน่นอนว่าเสียงร้องเราจะไม่ได้รับผลกระทบครับ เพราะเราเพียงลบเสียงรบกวนความถี่ต่ำที่เล็ดลอดเข้ามาในเสียงอัดของเราเท่านั้นเอง ส่วนการมิกซ์เสียงกลองและเบส ให้เลือกกดค่านี้ให้สูงถึง 150 Hz ได้และเพื่อนๆก็สามารถเปลี่ยนอัตรา roll off ได้เช่นกันครับ เพื่อลบเสียงเหล่านั้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


เราสามารถทำแบบเดียวกันที่ระดับ high end / inverse หากต้องการบูสต์ high end เพื่อนๆต้องใช้หูของตัวเองในการตัดสินใจแล้วล่ะครับ


มาถึงขั้นตอนนี้ ก็ให้ใช้โหนดอื่นและตั้งค่า width Q curve แบบปานกลาง แล้วลบจุดไหนก็ได้ตั้งแต่ 2-6 db ของแอมพลิจูดและเริ่มลากเส้นจากประมาณ 200 Hz จนถึง 500 Hz ครับ เสียงจะค่อยๆดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ เสียงก้องๆหรืออะไรก็ตามที่ติดมาด้วยก็จะเริ่มหายไปครับ


จากนั้นทำแบบเดียวกับเมื่อกี้เลยครับ แต่ให้ใช้ width Q curve แบบกว้าง และให้เพิ่มที่จุดใดก็ได้ตั้งแต่ช 1-3 db ในช่วง 2.5-6 kHz ค่อยๆลองปรับดูครับในช่วงนี้


ในช่วง range นี้จะเป็นช่วงที่เสียงของคนเราที่ฟังได้ชัดเจนที่สุดครับ มันจะช่วยให้คำพูดเราจัดเจนเป็นคำ เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ ซึ่งตัวค่านี้เป็นค่าเสียงที่ต่ำกว่าเสียงผู้หญิงแต่จะสูงกว่าของผู้ชายครับ




2. ลด DYNAMIC RANGE ด้วย COMPRESSION


หลังจากที่ปรับ EQ ไปแล้ว หลายๆย่านความถี่ที่เราไม่ต้องการก็เริ่มหายไปแล้ว และในขั้นตอนต่อไปนี้ก็คือการ compression แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนที่จะข้ามขั้นตอนมาทำ compression ก่อน EQ ก็แนะนำว่าให้กลับไปทำให้จบก่อนนะครับ ไม่งั้นเละแน่


การ Compression มี 4 ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง Ratio, Threshold, Attack, Decay สำหรับเสียงร้องแล้ว เรามักจะต้องปรับ Attack และ Decay สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความเร็วของ compression ที่ใช้และปล่อยหลังจากแอมพลิจูดเกินและลดลงต่ำกว่า threshold ที่ตั้งไว้ครับ


Threshold ถูกตั้งให้เป็นเดซิเบลในระดับที่เราเลือกเพื่อ compression อัตราส่วนนั้นเหมือนกับปุ่ม inverse gain knob


สำหรับเสียงร้อง เราสามารถใช้อัตราส่วน 2:1 หรือสูงได้ถึง 5:1 ขึ้นอยู่กับสไตล์ของเสียงร้องและแนวเพลง แร็พและป๊อปอาจจะใช้เวลามากขึ้นซักเล็กน้อย


นั่นหมายความว่าหากเสียงร้องของเราเกิน threshold ไป 5 เดซิเบล มันจะลดระดับเสียงลงเหลือ 1 เดซิเบล โดยสมมติว่าอัตราส่วน 5:1 หากเกิน 10 db ก็จะลดลงเหลือ 2 db วิธีนี้จะทำให้ระดับเสียงของเพื่อนๆเท่ากัน ดังนั้นเสียงแหลม/เสียงต่ำจึงน้อยลง


เมื่อเสร็จแล้ว อาจต้องเพิ่มปลั๊กอิน EQ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยหลังจากการ compression แต่อย่าใช้ EQ มากจนเกินไปนะครับเพราะจะถือว่าเราไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตั้งแต่ก่อน compression




3. เติ่มความไพเราะด้วย EFFECTS


พาร์ทนี้ถือว่าเป็นพาร์ทที่สนุกเลยทีเดียวครับ ลอง panning, delays, flangers, reverbs, pitch shifters เข้ากับเสียงดูครับ เอฟเฟ็กต์นั้นล้วนมีความเหมาะสมกับเพลงหรืออื่นๆแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับการควบคุม/ความสร้างสรรค์ของคนที่มิกซ์เพลงหรือมิกเซอร์นั่นเอง ทั้งนี้ เพื่อนๆยังสามารถใช้ compression และ EQ กับเอฟเฟ็กต์ได้อย่างอิสระด้วยการส่งไปยังแทร็กอื่นผ่านทางบัส


สามข้อนี้เอาจริงๆก็นับว่าเป็นเรื่องที่พื้นฐานพอสมควรเลยนะครับสำหรับการมิกซ์เสียง แต่ก็เพราะเรื่องพื้นฐานแบบนี้นี่แหละครับที่เรามักจะมองข้ามไป การเรียนรู้และฝึกฝนอยู่เสมอย่อมทำให้เราเก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวครับ Practice makes perfect. และหากใครสนใจคอร์สเรียน Up skill การทำเพลงของคุณด้วยคอร์ส Mix & Mastering เพื่อคุณได้ผลงานเพลงอย่างคุณภาพ สามารถสอบถามคอร์สเรียน ทัก Inbox เพจสอนทำเพลงออนไลน์ Class A by Tong Apollo ได้เลยครับ



Youtube : Tong Apollo

Instagram : classabytongapollo

Facebook : สอนทำเพลงออนไลน์ Class A by Tong Apollo

TikTok : Class A by Tong Apollo

Comments


bottom of page