top of page

Mix เสียงแบบ Mono หรือ Stereo ดี แบบไหนดีกว่ากัน?



MONO หรือ STEREO แบบไหนดีที่สุดสำหรับการ Mix?


ความแตกต่างระหว่างเสตอรีโอกับโมโนนั้นมีแค่จำนวนของช่องเสียงที่ใช้อัดและตอนเปิดฟัง ถ้าเพื่อนๆเป็นมือใหม่กับการมิกซ์เพลง หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นกับคอนเซปของการมิกซ์เพลงแบบโมโน ซึ่งบอกเลยว่าการมิกซ์ในส่วนนี้มีผลสุดๆต่อระบบเล่น (Playback) เพลงในภายหลัง


อะไรคือเสียงโมโน?


สัญญาณโมโนจะถูกอัดโดยไมโครโฟนเพียงตัวเดียว หลังจากนั้นจะบันทึกเป็นแทร็กเสียงแบบช่องเดี่ยว (One Channel) เรายังใช้ลำโพงคู่แบบเสอตรีโอฟังเสียงเพลงจากโมโนได้ตามปกติ แต่ว่าเสียงจะออมาเหมือนกันสองข้างเพราะสัญญาณมันออกมาเหมือนกัน เมื่อเราฟังเสียงที่ถูกอัดหรือมิกซ์มาแบบโมโน เราจะเรียกมันว่า “center”


อะไรคือเสียงเสตอรีโอ?


การมิกซ์และอัดเสียงแบบเสตอรีโอจะมีข้อมูลเสียงทั้งซ้ายและขวา เสียงอะไรก็ตามที่ออกมาจากฝั่งซ้ายจะมีความแตกต่างจากฝั่งขวา แน่นอนถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม นอกจากนี้เสียงเสตอรีโอยังสร้างการรับรู้และความกว้างของเสียงให้กับผู้ฟังมากขึ้นอีกด้วย ในขณะที่เสียงโมโนนั้นจะให้ความรู้สึกราวกับว่าเราอยู่ตรงกลางของเสียงที่ออกมาและมีความเป็นเส้นตรง


การอัดเสียงแบบโมโน


การอัดเสียงแบบโมโนนั้นง่ายนิดเดียว โดยจะเริ่มจากการอัดเสียงร้องหรือเสียงดนตรีโดยใช้ไมโครโฟนเพียงตัวเดียวเท่านั้นเอง


การอัดเสียงแบบเสตอรีโอ

การอัดเสียงแบบเสตอรีโอจะใช้ไมก์สองตัวในการรับสัญญาณต่อหนึ่งแหล่งเสียง (ทั้งเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้อง) แล้วก็ทำการ pan เสียงที่อัดมาไปซ้ายและขวาแยกกันใน Channel Mixer ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เสียงที่มีความกว้างที่มากขึ้น และแน่นอนว่าเราจะได้เสียงที่แตกต่างระหว่างซ้ายขวาแม้เพียงเล็กน้อย

แล้วถ้าเราอยากเพิ่มมิติให้ฟังดูกว้างแบบ Stereo จากเสียงที่เราอัดมาแบบ Mono ได้ไหม?


หลังจากการอัดเสียงแบบบโมโน เรายังสามารจำลองเอฟเฟคเสียงแบบเสตอรีโอให้กับโมโนได้ ด้วยเทคนิคบ้านๆที่ใช้กันก็คือการอัดเสียงเดิมซ้ำกันอีกครั้งนึง (Double-Tracking) เช่น เราต้องอัดกีต้าร์แบบเดียวกันในท่อนเดิม 2 รอบ แล้วทีนี้ก็แยกเสียงที่อัดทั้งสองครั้งไปไว้ซ้ายและก็ขวาแยกกันใน Channel Mixer แค่นี้เสียงก็จะมีมิติคล้ายกันเสตอรีโอแล้วเพราะการเล่นทั้ง 2 ครั้งของเราจะไม่เหมือนกัน 100% แน่นอน


ข้อดีของการมิกซ์เสียงแบบโมโน


ปรับความระดับของเสียงได้ง่ายขึ้น การตัดเรื่องของ Stereo Field (ความกว้างของแต่ละเสียง) ออกไปจะช่วยให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องความดังของเสียงชิ้นเครื่องดนตรีที่เราจัดวางไว้ที่ซ้ายหรือขวาที่บางครั้งอาจจะดังเบาไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดมาจากการที่เราวางชิ้นเครื่องดนตรีห่างออกจาก Center มากเกินไป การเปลี่ยนมาใช้โมโนจะทำให้เราปรับระดับและบาลานซ์เสียงได้ง่ายขึ้นนั่นเอง


เช็ค Phase ง่าย ในบางครั้งที่เรามักจะใส่ plugin เพื่อขยายความกว้างของสัญญาณเสียงมากจนเกินไป ทำให้เสียงนั้นมีปัญหาเรื่อง Phase ซึ่งการมิกซ์เพลงแบบโมโนจะทำให้เราเช็ค Phase ได้ง่ายขึ้น ว่าเสียงไหนมีปัญหาเกี่ยวกับ Phase บ้าง เสียงนั้นจะเบาลงไปหรืออาจหายไปฟังไม่ได้ยินเลยเลยเมื่อเราฟังแบบ Mono ยิ่งในเวลาที่ Phase มารวมๆปนๆกันนี่ก็ยิ่งช่วยได้เยอะมากเช่นกัน


เข้าใจคนฟังมากขึ้น ไม่ใช่คนฟังเพลงทุกคนจะอยู่ในตำแหน่งที่รับเสียงได้ดีที่สุด ลุกไปนี่ นั่งตรงนู้น นอนตรงนั้น ยิ่งเฉพาะตอนขับรถที่เราจะอยู่ชิดฝั่งขวาจึงทำให้คนฟังรับเสียงแบบเสตอรีโอได้ไม่เต็มที่หรือแม้กระทั่งคนที่ชอบฟังเพลงโดยลำโพงมือถือก็ด้วย ดังนั้นการมิกซ์แบบโมโนจึงทำให้เรารู้ว่าเสียงเพลงที่เราปล่อยไปจริงๆแล้วมันควรจะมีหน้าตาและเสียงยังไงถึงจะถูกต้องต่อคนฟัง


สรุป


สรุปแล้วการอัดเสียงและมิกซ์เสียงนั้นก็จะทำควบคู่กันไปทั้งแบบเสตอรีโอและโมโน แม้ว่าการมิกซ์เสียงแบบเสตอรีโอจะได้เสียงที่กว้างและมีมิติที่มาก การมิกซ์เสียงแบบโมโนจะช่วยให้เราได้ยินและมองเห็นถึงปัญหาหลังจากที่เรามิกซ์แบบเสตอรีโอ หลายครั้งที่เสียงจากเสตอรีโอขาดหายไปในตอนที่เรากลับมาฟังแบบโมโน มี Music Producer หลายคนมากๆที่จะมิกซ์เพลงแบบเสตอรีโอแล้วก็ใช้โมโนสำหรับการเช็คงานตัวเอง สุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือ อย่าลืมตรวจทานงานตัวเองกันบ่อยๆล่ะทุกคน !



Youtube : Tong Apollo

Instagram : classabytongapollo

Facebook : สอนทำเพลงออนไลน์ Class A by Tong Apollo

TikTok : Class A by Tong Apollo

Comments


bottom of page