top of page

วิธีเลือกซื้อ Audio Interface ของใช้ประจำครัวเรือน!




Audio Interface คืออะไร?


สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่า Audio Interface คืออะไร? จะสรุปให้ง่ายๆเลยก็คืออุปกรณ์ที่ใช้แปลงสัญญาณจากไมค์โครโฟนและเครื่องดนตรีไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานกันต่อไป แถมเรายังสามารถใช้ Studio Monitor และ Headphone ควบคู่กันไปได้ การทำงานของเจ้า Audio Interface จะเริ่มจากการแปลงสัญญาณ Analog Signal ไปเป็น Digital Signal (A/D) ตอนขาเข้า แล้วก็จะเปลี่ยนอีกรอบจาก Digital Signal ไปเป็น Analog Signal (D/A) อีกทีตอนขาออก ข้อดีอีกอย่างนึงก็คือใน Audio Interface บางตัวนั้นอาจจะทำให้คุณภาพของเสียงดีขึ้นด้วย รวมไปถึงทำให้อุปกรณ์ของเราทุกๆชิ้นจนกระทั่งตัวโปรแกรมเอง ทำงานกันอย่างกลมเกลียวสามัคคี การเชื่อมต่อระหว่าง Audio Interface กับคอมพิวเตอร์นั้นก็มีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นทั้ง สาย Thunderbolt, USB, Firewire แล้วก็ Ethernet(สายแลน)


เลือกซื้อ Audio Interface ให้เหมาะสมกับความสามารถตัวเอง?


คำถามแรกที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อเลยก็คือ “เรามีความสามารถเรื่องการทำเพลงอยู่ในระดับไหน?”


• ถ้าเพื่อนๆเริ่มที่จะทำเพลงมาได้ไม่นาน แล้วพร้อมที่จะลงทุนจัด Studio Monitor ที่ดีๆสักคู่นึงหลังจากที่เข้าใจแล้วว่าลำโพงบ้านทุ่งที่ซื้อตามร้าน 20 บาทไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป และกระหายที่อยากจะเริ่มอัดเสียงที่มีคุณภาพ เพื่อนๆคือมือใหม่

• ถ้าหากเพื่อนๆครอบครอง Audio Interface อยู่แล้วอย่างน้อย 1 ตัวกับ Studio Monitor อีกสักคู่มาสักพักแล้ว และกำลังมองหาคู่ชีวิตตัวใหม่เพื่ออัปเกรดอุปกรณ์ที่มี ถ้าหากเพื่อนๆมีผลงานเพลงมาแล้วระดับนึงแล้วต้องการที่จะปลดปล่อยคุณภาพงาน Production ของเราให้ก้าวสู่อีกระดับ เพื่อนๆคือคนระดับกลาง

• ถ้าผ่านสองข้อที่ว่ามานั้นแล้ว รวมไปถึงผ่านงานอัดเสียงระดับมืออาชีพมานับไม่ถ้วน แถมเรายังหาเงินไปกับงานของเรา อีกทั้งยังเข้าใจด้วยว่ามันมีจุดที่แตกต่างกันในทุกรายละเอียดซึ่งนั่นหมายถึงความต่างของห้องอัดและอุปกรณ์นั้นส่งผลต่อผลลัพธ์ของเสียงอัดเรา แน่นอนว่าเพื่อนๆผ่านอุปกรณ์มามากมายหลายชิ้นและต้องการที่จะปลอดลอคขีดจำกัดความสามารถของตัวเอง เพื่อนๆคือขั้นเซียนโดยไม่ต้องสงสัย



แล้วควรเลือกซื้อยังไงให้เหมาะ?


• มือใหม่ สำหรับมือใหม่นั้น เป็นการดีที่สุดที่เราจะทำให้หลายๆสิ่งเป็นเรื่องง่าย สายที่ใช้ต่อ Audio Interface แบบ USB ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก มีช่องเสียบ 1-2 ช่องเพื่อรับสัญญาณ และก็อีก 2 ช่องสำหรับ Studio Motor (ทั้ง XLR แล้วก็ห้วเสียบ Audio Jack ไซส์ 1/4”) อย่าเลือกตัวที่มันเฉพาะทาง ง่ายๆคืออย่าไปกังวลเรื่องประเภท คุณภาพ จนไปถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆเช่น Pre-Amplifier(เป็นวงจรตัวเล็กๆใน Audio Interface มีหน้าที่เตรียมสัญญาณไว้รองรับจาก Input ต่างๆ ก่อนจะส่งต่อไปประมวลผลโดยอุปกรณ์อื่นๆ) บอกเลยว่า Audio Interface ที่กำลังจะซื้อนี้จะเป็นตัวแรกและก็ไม่ใช่ตัวสุดท้ายอยากแน่นอน เพื่อนๆจะค่อยๆเติบโตเรียนรู้ไปกับ Audio Interface ตัวแรกขึ้นอยู่ที่ว่าเรียนรู้ได้เร็วช้ามากน้อยแค่ไหน มีเพื่อนๆมือใหม่หลายๆคนที่พัฒนาฝีมือไปได้เร็วกว่าโปรดิวเซอร์ตัวเป็นเยอะมาก ดังนั้นเลยไม่แนะนำให้เราทุ่มเงินไปกับการซื้อ Audio Interface ตัวแรก


• ระดับกลาง ถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มรอบคอบในการซื้อ Audio Interface ตัวใหม่แล้ว อย่างแรกเลยให้ย้อนถามตัวเองดูว่าขั้นตอนการทำงานของเราตอนนี้อยู่จุดไหนแล้ว? เรามี Audio Input ไม่พอเหรอสำหรับการอัดทุกๆเสียงที่ต้องการ? คุณภาพเสียงยังดีไม่พอใช่ไหม? อยากขยับไปทำไฟล์เสียงที่คุณภาพสูงขึ้นไหม (48kHz ขึ้นไป)? ในการจะเลือก Audio Interface ที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนๆในระดับนี้คือการให้ความสำคัญต่อปัจจัยบางอย่างเช่น คุณภาพของ Pre-amp, พกพาสะดวกไหมถ้าเกิดเราเดินทางบ่อย รวมไปถึงเรื่อง ความสามารถของ DSP(Digital Signal Processor ตัวที่ใช้ปรับแต่งสัญญาณเสียงระบบ Digital อย่าง EQ, Crossover, Compressor, Delay แล้วก็ Anit-Feedback Suppressor) สำหรับ Plugin บางตัวอย่าง UAD และที่สำคัญเลยคือเพื่อนๆต้องใส่ใจกับคุณภาพของตัว Audio Interface ด้วยเพราะว่าเราจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับ Audio Interface ตัวนี้นานกว่าตัวแรกแน่ๆ ส่วนเรื่องราคานั้นก็อย่างกจนเกินไป แต่ก็ใช่ว่าจะจ่ายได้ไม่อั้น เพราะยังไงแล้วเราก็จะต้องซื้อตัวใหม่แน่ๆ


• ขั้นเซียน รวมไปถึงมืออาชีพแล้วนั้น แน่นอนว่าเพื่อนๆจะต้องคลุกคลีอยู่ในวงการอยู่แล้วเมื่อพูดถึงเรื่องอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆ ขั้นตอนในการเลือก Audio Interface ที่ดีที่สุดนั้นอาจจะใช้เวลาและไตร่ตรองนานกว่าที่ผ่านๆมา เรื่องงบประมาณก็จะสูงไปตามๆกัน ซึ่งนั่นก็นำมาถึงจุดเสี่ยงที่เราจะต้องหา Audio Interface ที่ใช่ให้เจอ เพราะมันจะอยู่กับเราไปอีก 5 ปีอย่างต่ำ เพื่อนๆต้องนึกถึงความจำเป็นของ Studio เรารวมถึงความจำเป็นในฐานะ Producer คนนึง สิ่งนึงที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยคือ Audio Interface ตัวนี้จะส่งผลต่อรูปแบบการทำงานของเรายังไง ในเมื่อเราใช้มันเป็นอาชีพแล้ว หาเงินจากเพลงที่เราทำ เวลาของเรามีค่ามากๆ หากว่าสตูดิโอของเพื่อนๆมีเครื่องดนตรีและไมค์เยอะเต็มไปหมด ก็จะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าเราจะหา Interface ที่มีสามารถรับ Input ได้เยอะๆ เพื่อจะได้ลดเวลาเราสลับสายเข้าๆออกๆ และหากว่าเพื่อนๆเป็นคนที่ใช้ Plugin ในการทำงานแล้วนั้น เพื่อนๆก็อาจจะต้องการเจ้าตัว DSP ให้อยู่ใน Interface ด้วย รอบคอบให้มากๆในตอนที่ตัดสินใจ ทบทวนถึงตัวเลือกที่มีให้ถี่ถ้วน มีเพียงแค่ตัวเพื่อนๆเท่านั้นที่รู้ว่า Interface แบบไหนเหมาะกับตัวเราเอง ยังไงเรามันก็ขั้นเซียนอยู่แล้วนิ!


สำหรับใครที่อยากเรียนเรื่องการเรียบเรียงดนตรี เน้นทำบีท สร้างคอร์ด

เรามีทั้งคอร์ส Kpop FL / Hiphop FL/ Trap / Pop / Cover

และอีกมากมายให้คุณได้เลือกเรียนตามแนวที่ชอบ .

สนใจคอร์สไหนสามารถทักเพจเราเข้ามาได้เลยนะครับ



Youtube : Tong Apollo

Instagram : classabytongapollo

Facebook : สอนทำเพลงออนไลน์ Class A by Tong Apollo

TikTok : Class A by Tong Apollo

bottom of page