top of page

Mix Piano ยังไง ? ให้ได้โทนหวานๆ จีบสาวได้

Updated: Nov 8, 2023






วันนี้เรามีเทคนิคการ Mix Piano แบบมือโปร ด้วย iZotope Plugin มาแนะนำกันครับ ที่เราใช้เป็น Plugin จาก iZotope เพราะถือว่าเป็น Plugin สามัญประจำบ้าน ที่คนทำเพลงต้องมีติดเครื่องกันแน่นอนครับ เราไปดูเทคนิคการ Mix เปียโนกันเลยครับ


1.การ EQ Piano

ก่อนอื่นเรามาดูย่านความถี่เสียงของ Piano กันครับ ว่ามีส่วนไหนบ้าง ที่เราสามารถ Cut และ Boost เพื่อแต่งเสียง Piano ให้ดีขึ้น อย่างแรกเลยก็คือ ย่าน 0-80Hz สามารถตัดทิ้งได้เลยครับ เพื่อสร้าง Space ให้กับเครื่องดนตรีอื่นๆในเพลงของเราครับ


ส่วนใครที่อยากเพิ่มความ Wamrth ให้กับเสียง Piano สามารถ Boost ที่ย่าน 100-200Hz เพื่อเพิ่มความ Wamrth ได้เลยครับ และมันยังเป็นย่าน Body ของเสียง Piano อีกด้วย

ย่านความถี่เสียงตั้งแต่ 2.5-3kHz เป็นอีก 1 ย่านที่เราสามารถทำให้เสียงเปียโนตัดหน้า Mix ได้ดีครับ สามารถเพิ่มย่านนี้ได้ แต่ก็ควรระวังด้วยครับ ถ้าเพิ่มมากเกินไป อาจจะเกิดเสียง Woonky Sound ได้

ใครที่ต้องการเพิ่มความชัดให้กับเสียง Piano สามารถ Boost ย่าน 3kHz-5kHz ได้ครับ แต่ก็อย่าเพิ่มจนมากเกินไปเพราะจะทำให้เสียง Piano นั้นแสบหูได้ครับ ถ้าดูจากรูป Insert เราจะเห็น


2.การปรับ Compressor กับเสียง Piano

การใช้ Compressor กับ Piano เราจะใช้เป็น iZotope Neutron 4 ครับ ซึ่งมันจะมีฟังก์ชั่น Compressor อยู่เราสามารถใช้ Compress เสียง Piano ได้เลย และสูตรการปรับของ Piano ก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวครับ เพราะ Piano เป็นเครื่องดนตรีที่ถูกใช้ในหลายแนวเพลงมาก อย่างเช่น Jazz, Pop, Classic แต่เราจะแนะนำสูตรการปรับที่อยู่กลางๆ สามารถนำไปต่อยอดและประยุคใช้ต่อได้ นั้นก็คือ


Threshold อยู่ที่ประมาน -7dB

Ratio อยู่ที่ 3:1

Attack อยู่ที่ 10ms

Release อยู่ที่ราวๆ 1,000ms ครับ


ถ้าอยากให้เสียง Piano มีความดุดันมากขึ้น ก็สามารถปรับ Threshold ลงได้อีกนิดหน่อย

และปรับ Ratio เป็น 2:1 ครับ ขึ้นอยู่กับความต้องการ และแนวเพลงที่ทำด้วย ลองนำสูตรนี้ไปปรับใช้ดูครับ


3.ใช้ iZotope Neoverb ในการแต่งเสียง

Reverb เป็นอีก 1 Effect สำคัญที่ใช้ในการแต่งเสียง Piano ครับ ซึ่งเราจะใช้เป็น iZotope Neoverb ในการใส่ Reverb และ Plugin iZotope Neoverb ยังสามารถใช้การผสมของประเภท Reverb ได้หลากประเภทครับ และเราจะใช้เป็น Plate Reverb และ Hall Reverb ผสมกัน เพื่อให้โดนโทนเสียงที่มีความคมชัด และมีความอลังการณ์ยิ่งใหญ่ด้วยครับ สามารถปรับแต่งการใช้ Reverb ได้ตามรูป Insert แบบนี้เลยครับ และปรับสัญญาณ Dry/Wet ตามความต้องการของเราได้เลยครับ ส่วนการปรับ Pre-Delay จะอยู่ที่ 20ms ครับ






4.สร้างความกว้างให้กับ Piano

เรื่องของ Stereo Imager เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ สำหรับการ Mix เสียง Piano ครับ เราจะใช้เป็น Ozone Imager ในการทำ Stereo Imager เพราะ Plugin นี้สามารถเลือกย่านความถี่าเสียงที่ต้องการจะทำให้กว้างได้ คล้ายๆกับ Multiband Compressor ครับ ซึ่งเราจะทำให้เสียงกว้างตั้งแต่ย่าน 6kHz ขึ้นไปครับ เพื่อให้โทนเสียงของ Piano ยังมีความชัด Body ของ Piano จึงไม่กว้างมากครับ เพราะถ้ากว้างมากเกินไป เสียง Piano จะกล่วงและไม่หนาได้ครับ


5.เช็คปัญหา Phase จากการอัดเสียง

เทคนิคสุดท้ายนี้เป็นเทคนิคเสริมสำหรับคนที่อัดเสียงเปียโนจริงๆครับ เพราะการอัดเสียงเปียโน จะต้องใช้ไมโครโฟนในการอัดเสียงหลายตัว อาจจะเกิดปัญหาเรื่องของ Phase ได้ครับ เพราะฉะนั้นเราสามารถใช้ iZotope Relay ในการเช็คปัญหา Phase ได้ครับ ส่วนถ้าใครที่ใช้ Piano จาก Plugin ก็ไม่จำเป็นจะต้องเช็คเรื่อง Phase ครับ






นี้ก็คือ เทคนิคการ Mix เปียโนแบบเบื้องต้นที่คนทำเพลงควรรู้ สำหรับคนที่ต้องการอยากจะเรียนรู้ในการ Mix เครื่องดนตรีต่างๆ อย่างเช่น Piano ที่เราแนะนำกันไปในวันนี้ หรือเครื่องดนตรีอื่นๆอย่างเช่น กลอง, กีต้าร์ รวมไปถึงการ Mastering แบบ Professional เราแนะนำเป็นคอร์ส Mix Mastering ที่จะช่วยให้งาน Mix เครื่องดนตรีของคุณนั้น มีงานระดับเทียบเท่าศิลปินแน่นอนครับ สมัครเลย !


Youtube : Tong Apollo

Instagram : classabytongapollo

Facebook : สอนทำเพลงออนไลน์ Class A by Tong Apollo

TikTok : Class A by Tong Apollo


Comentários


bottom of page